ลำดับกิจกรรม และการขับเคลื่อนต่อสู้ปกป้องสิทธิมนุษยชน (1)


31 มีนาคม 2559 @ ความรู้สึก/ ไปแจ้งความดำเนินคดีให้ถึงที่สุดกับเจ้าพนักงาน สน.ทุ่งมหาเมฆ และทำหนังสือร้องเรียนขอความเป็นธรรม กับ ผบ.ตร. สำนักงานตำรวจแห่งชาติวินาทีที่นั่งรอ ทำให้นึกถึงภาพเก่าที่ดิฉันจดจำได้ไม่ลืมเลือน คือ การที่ต้องถูกให้พิมพ์ลายนิ้วมือในฐานะผู้ต้องหา จากผู้กล่าวหา เคยมีคำถามในสมองเหมือนกันว่า มีคดีมากมายที่ผู้ถูกกล่าวหากลายเป็นผู้ต้องหาเองในที่สุด ถ้ายุติธรรมทำไมไม่พิมพ์ลายนิ้วมือไว้ทั้งสองฝ่าย ประเทศไทยถึงมีแพะรับบาปมากมาย คนผิดกลายเป็นถูก คนถูกกลายเป็นผิด ใครรู้กฎหมายมากกว่าคนนั้นจะกลายเป็นคนถูก ในฐานะชาวบ้านทำไมตำรวจซึ่งเป็นที่พึ่งของประชาชน จึงไม่ได้รับการช่วยเหลือ ทั้งๆ .....อ่านต่อ

31 มีนาคม 2559 @ ไปแจ้งความดำเนินคดีให้ถึงที่สุดกับเจ้าพนักงาน สน.ทุ่งมหาเมฆ และทำหนังสือร้องเรียนขอความเป็นธรรม กับ ผบ.ตร. สำนักงานตำรวจแห่งชาติ: สวัสดีเพื่อนๆ ค่ะ วันนี้เป็นอีกวันที่ต้องเตรียมตัวแต่เช้ามือ เพื่อออกมาปฏิบัติภารกิจสำคัญอีกวัน โดยในช่วงเช้า ดิฉันกับพี่ๆ เครือข่ายประชาสังคมปฏิรูปทรัพยากรและทองคำ (ปปท.) พากันไปที่ สน.ทุ่งมหาเมฆ แถวสาทร เพื่อแจ้งความดำเนินคดีให้ถึงที่สุดกับเจ้าพนักงานที่ทำสำนวนส่งฟ้องดิฉัน ในคดีหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา กับท่านอัยการฝ่ายคดีอาญากรุงเทพใต้ 3 เพราะท่านอัยการได้มีหนังสือ "แจ้งคำสั่งไม่ฟ้อง" กลับไปที่ สน.ทุ่งมหาเมฆ ดิฉันจึงต้อง .....อ่านต่อ

หนังสือร้องเรียนขอความเป็นธรรม กรณีนางชนัญชิดา ฉากกลาง ถูกกล่าวหาโดยบริษัท อัครา รีซอร์ซเซส จำกัด (มหาชน) ว่ากระทำความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา

ฉบับที่ ชล.๒๕๕๘/๑
วันที่ ๕ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๕๘
เรื่อง   หนังสือร้องเรียนขอความเป็นธรรม กรณีนางชนัญชิดา ฉากกลาง ถูกกล่าวหาโดยบริษัท อัครา รีซอร์ซเซส จำกัด (มหาชน) ว่ากระทำความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา
เรียน    อัยการฝ่ายคดีอาญากรุงเทพใต้ ๓
อ้างถึงเอกสาร
บันทึกคำให้การของผู้ต้องหา ลงวันที่ ๒๓ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๕๖
บันทึกการรับทราบวันนัด ลงวันที่ ๑๕ กันยายน พ.ศ.๒๕๕๘
เอกสารอ้างอิง    
เอกสารชุดที่ ๑ สำนวน หมายเลขดำที่ ๑๙๑๙ ชาวบ้านถูกบริษัทอัครา รีซอร์สเซส จำกัด (มหาชน) แจ้งบุกรุก
เอกสารชุดที่ ๒ บันทึกข้อความและเอกสารผลการตรวจฯ ของสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ ๓ ลงวันที่ ๑ เม.ย. ๕๘
เอกสารชุดที่ ๓ คำพิพากษาศาลปกครองพิษณุโลก หมายเลขดำที่ ส.๒/๒๕๕๕ คดีหมายเลขแดงที่ ส.๒/๒๕๕๗ ลงวันที่ ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๕๗
เอกสารชุดที่ ๔ ข้อมูลสรุปผลการวิเคราะห์ไซยาไนต์และโลหะหนักในพืช ของคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิตผลการตรวจโลหะหนัก สารหนู แมงกานีส และการตรวจคัดกรองความเสียหายของดีเอ็นเอ ในชาวบ้านรอบเหมืองฯ ของคณะเทคนิคการแพทย์ มหาวิทยาลัยรังสิต, ผลการตรวจปริมาณสารหนูใน ดิน บริเวณพื้นที่รอบเหมืองทองคำพิจิตร ของวิทยาลัยวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต, รายงานสรุปประเด็นปัญหาและข้อเสนอแนะเพื่อแก้ไขปัญหาจากการดำเนินกิจการเหมืองแร่ทองคำจังหวัดพิจิตร
เอกสารชุดที่ ๕ เอกสารอ้างอิงการแถลงข่าวของ ปปช. กรณีทุจริตในการทำเหมืองแร่ทองคำบริเวณพื้นที่จังหวัดพิจิตร พิษณุโลก เพชรบูรณ์, เอกสารหนังสือขอคัดค้านและให้ยุตินโยบายสำรวจและสัมปทานเหมืองแร่ฯ ของกลุ่ม “ประชาสังคมปฏิรูปทรัพยากรและทองคำ” และเอกสารถอดเทปการพูดหน้าสถานฑูต

ข้าพเจ้านางสาวชนัญชิดา ลิ้มนนทกุล (หรือ ฉากกลาง) อายุ ๓๖ ปี เชื้อชาติไทย สัญชาติไทย นับถือศาสนาพุทธ อาชีพแม่บ้าน ที่อยู่ตามทะเบียนบ้านเลขที่ ๙ หมู่ที่ ๓ ตำบลเขาเจ็ดลูก อำเภอทับคล้อ จังหวัดพิจิตร ที่อยู่ที่สามารถติดต่อได้สะดวกเลขที่ ๑๓๓/๓๘๘ หมู่ ๒ ต.พิมลราช อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี ๑๑๑๑๐ ซึ่งเป็นผู้ร้องเรียนขอความเป็นธรรม ตามรายละเอียดพร้อมข้อมูลที่เกี่ยวข้องดังนี้
ข้าพเจ้าเป็นประชาชนชาวไทยที่มีภูมิลำเนาเกิดในพื้นที่หมู่ ๙ ตำบลเขาเจ็ดลูก อำเภอทับคล้อ จังหวัดพิจิตร ใช้ชีวิตพอเพียงตามครรลองชนบทอย่างมีความสุขตั้งแต่เล็กจนโต ใช้ชีวิตอย่างสมถะ เป็นพลเมืองดีต่อสังคมและประเทศชาติ ไม่เอาเปรียบเบียดเบียนผู้อื่น บิดาชื่อ นายสมพงษ์ สังวาลย์ และมารดาชื่อ นางสมพงษ์ สังวาลย์ มีพี่น้องร่วมสายเลือด ๓ คน เป็นพี่ชาย ๒ คน ข้าพเจ้าเป็นลูกสาวคนสุดท้อง จนถึงปี พ.ศ.๒๕๔๔ มีการทำเหมืองแร่ทองคำขึ้นในพื้นที่ใกล้ที่พักอาศัยของครอบครัวข้าพเจ้า ซึ่งการทำเหมืองมีการระเบิดหน้าดิน มีมลภาวะเกิดขึ้นทุกวัน จนทำให้ครอบครัวของข้าพเจ้าตัดสินใจย้ายบ้านมาอยู่ที่หมู่ ๓ ตำบลเขาเจ็ดลูก อำเภอทับคล้อ จังหวัดพิจิตร ห่างจากพื้นที่เดิมประมาณ ๓ กิโลเมตร ในปี พ.ศ.๒๕๔๙
ลักษณะการประกอบกิจการเหมืองแร่ทองคำนั้นจะต้องมีการระเบิดหน้าดินหรือชั้นดินข้างใต้ หรือชั้นหินในพื้นที่ภูเขา ซึ่งตามธรรมชาติจะมีสารหนู สารโลหะหนักอีกหลายชนิด อยู่ในพื้นดินร่วมกับทองคำ ตามธรรมชาติ และการสกัดทองคำออกจากดินและหินต้องใช้สารไซยาไนต์ ที่เป็นสารพิษร้ายแรง และการทำเหมืองของบริษัท อัครา รีซอร์สเซส จำกัด (มหาชน) (เดิมชื่อ บริษัท อัครา ไมนิ่ง จำกัด) (ซึ่งเป็นผู้กล่าวหาข้าพเจ้าว่า “หมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา” ตามบันทึกคำให้การของผู้ต้องหา ลงวันที่ ๒๓ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๕๖) เป็นลักษณะแบบเหมืองเปิด กล่าวคือ เมื่อมีการสกัดทองคำออกจากดินหรือหินแล้ว จะทำการขนกากแร่ไปทิ้งที่ “บ่อเก็บกากแร่” ซึ่งสัมผัสกับอากาศโดยตรง จึงทำให้สารพิษไซยาไนต์ที่ผสมอยู่ในกากแร่นั้น มีการฟุ้งกระจายในอากาศ นับเป็นมลภาวะรุนแรงอย่างมากเนื่องจากสารพิษไซยาไนต์มีความรุนแรงในการทำร้ายสิ่งมีชีวิต ในปริมาณไม่มากสามารถทำให้ถึงแก่ชีวิตแบบเฉียบพลันได้
เมื่อมีการระเบิด จะมีทั้งฝุ่นที่มีสารหนู และสารโลหะหนักฟุ้งกระจายในอากาศ ในกากแร่ที่ทิ้งในบ่อแบบเปิดทำให้มีการฟุ้งกระจายของสารพิษไซยาไนต์ นอกจากจะส่งผลร้ายแรงต่อมลภาวะในอากาศที่ประชาชนที่พักอาศัยรอบเหมืองต้องสูดลมหายใจเข้าไปแล้ว สารหนู สารพิษไซยาไนต์ และสารโลหะหนักต่างๆ ยังแทรกซึมลงในดินและแหล่งน้ำด้วย ส่งผลทำให้พืชที่ใช้เพาะปลูก และสัตว์เลี้ยงที่เลี้ยงเพื่อบริโภคในครัวเรือน ได้รับสารปนเปื้อนดังกล่าว ซึ่งสามารถพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ได้ แน่นอนว่าพืชที่เพาะปลูกสำหรับการจำหน่าย และสัตว์เลี้ยงที่เป็นฟาร์มเพื่อจำหน่ายย่อมปนเปื้อนสารต่างๆ ด้วยเช่นกัน ซึ่งประชาชนที่อาศัยในพื้นที่รอบเหมืองจะทราบดี ปัจจุบันประชาชนจึงเลี่ยงที่จะบริโภคและนำจำหน่ายออกนอกพื้นที่
ข้าพเจ้าเป็นคนช่างสังเกต ในระหว่างดำเนินกิจการค้าขายครีมบำรุงผิวให้กับประชาชนในพื้นที่ และต่างพื้นที่ เพื่อยังชีพ ข้าพเจ้าพบสิ่งผิดปกติเกิดขึ้นกับประชาชนที่อาศัยรองๆ เหมืองทองคำ อย่างมีนัยยะ เช่น มีการอักเสบที่ผิวหนัง มีผื่นแดง ที่แพทย์ไม่สามารถระบุอาการชัดเจนได้ว่าเกิดจากสาเหตุใด มีการเจ็บป่วย กล้ามเนื้ออ่อนแรงหลายราย จึงทำให้ข้าพเจ้าเริ่มมีความสนใจถึงผลกระทบของกิจการทำเหมืองแร่ทองคำ ข้าพเจ้าตระเวนไปรับฟังสัมมนา เข้าคอร์สการอบรมเรื่องสารโลหะหนัก สารพิษไซยาไนต์ สารพิษต่างๆ ที่มีอยู่ตามธรรมชาติ และจากสารเคมีที่ต้องมีการนำเข้ามาในประเทศไทย กอปรกับเกิดผลกระทบมากมายกับครอบครัวของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าจึงตัดสินใจลุกขึ้นต่อสู้คัดค้านการทำเหมืองแร่ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน
          ข้าพเจ้าและครอบครัวต้องทนทุกข์ทรมานจากการประกอบกิจการเหมืองแร่ทองคำ ไม่ต่างจากเพื่อนบ้านในพื้นที่เดียวกัน ข้าพเจ้าจะขอกล่าวโดยสรุปจากที่ข้าพเจ้าสังเกต ดังนี้
๑.      บิดาของข้าพเจ้าล้มป่วยกะทันหัน และเสียชีวิตแบบกะทันหันภายใน ๒ วัน หลังทานปลาร้าที่เกิดจากปลาที่ตายลอยขึ้นมาในคลองสาธารณะใกล้เหมือง และแพทย์ไม่สามารถระบุสาเหตุของโรคได้
๒.      ลูกสาวของข้าพเจ้ามีไข้สูง ล้มป่วยแบบไม่มีสาเหตุ และมีอาการคล้ายโรคผิวหนังที่ประชาชนรอบเหมืองเป็น โดยแพทย์หาสาเหตุไม่ได้
๓.      ข้าพเจ้าและมารดามักมีอาการเหนื่อยง่าย ตัวร้อน เป็นไข้ อึดอัด เป็นระยะๆ
๔.      ปัจจุบันมารดา ข้าพเจ้า และลูกสาว ได้รับการตรวจสุขภาพพบว่ามีสารปนเปื้อนโลหะหนักในร่างกาย
๕.      ครอบครัวข้าพเจ้าต้องซื้อน้ำสะอาดดื่มและบริโภค ประกอบอาหาร แบบที่มีภาชนะปิดผนึก เพื่อหลีกเลี่ยงสารปนเปื้อน เดือนละหลายพันบาท
๖.      ต้องปิดหน้าต่างทั้งหมด ไม่สามารถเปิดได้ เนื่องจากจะมีฝุ่นละเอียดเข้ามาอย่างต่อเนื่อง
๗.      พืชสวนครัว อาทิเช่น กระเพรา ตะไคร้ และผลไม้ต่างๆ อาทิเช่น มะละกอ มะม่วง เป็นต้น ไม่สามารถทานได้ เพื่อหลีกเลี่ยงสารปนเปื้อนที่อยู่ในดินและสัมผัสอากาศโดยตรง
๘.      ภายในหมู่บ้านเกิดความขัดแย้งต่อกัน แบ่งกลุ่ม แบ่งฝ่าย ที่คัดค้านเหมือง และสนับสนุนเหมือง ทำให้วิถีชาวบ้านที่เป็นญาติพี่น้อง เพื่อนบ้านกัน แตกความสามัคคีต่อกัน ทำให้ไม่มีความสุขต่างจากในอดีต ส่งผลต่อการดำรงชีวิตชนบทอย่างมาก
๙.      ไม่สามารถใช้ชีวิตปกติได้ เมื่อออกนอกบ้าน อันเนื่องจากมลภาวะในอากาศ
๑๐.  มีการคุกคามจากผู้ไม่หวังดี เช่น มีการยิงเข้าบ้าน มีการโยนศีรษะสุนัขเข้ามาในบ้าน มีการชะลอรถหรือจอดรถหน้าบ้านในยามวิกาล มีเจ้าหน้าที่ของเหมืองเข้ามาหาเรื่องทะเลาะวิวาทเมื่อข้าพเจ้าไปงานประเพณี เป็นต้น ทำให้ต้องระวังตัว ไม่มีความสุขเมื่ออยู่ในพื้นที่
๑๑.  ครอบครัวข้าพเจ้ามีที่ดินที่ใช้ประกอบการเกษตรกรรม ซึ่งอยู่ใกล้เหมือง ก็ไม่สามารถเข้าไปประกอบอาชีพได้ ทำให้ขาดรายได้เพื่อยังชีพ อันเนื่องจากมลภาวะต่างๆ
๑๒.  มารดาข้าพเจ้ามักถูกบุคคลหรือตัวแทน หรือนายหน้า เข้ามาพูดคุยในลักษณะข่มขู่ ในการขอซื้อที่ดิน
ข้อความข้างต้นที่ผ่านมาข้าพเจ้าเพียงเอ่ยอ้างอิงให้ท่านอัยการได้ทราบความเป็นมาของข้าพเจ้าและครอบครัว ที่ได้รับผลกระทบอย่างมาก เช่นเดียวกันกับเพื่อนบ้านอีกหลายครอบครัว หลายหมู่บ้าน ที่อยู่รอบๆ เหมืองทองคำ และข้าพเจ้ากับเพื่อนบ้านในชุมชนที่ได้รับผลกระทบ จึงเริ่มยื่นหนังสือถึงหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องต่างๆ ทุกระดับ เช่น ระดับหมู่บ้าน ระดับตำบลหรือ อบต. ระดับอำเภอ ระดับจังหวัด จนถึงระดับกรมของกระทรวงที่ดูแลรับผิดชอบโดยตรง เช่น กรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ กรมโรงงานอุตสาหกรรม รวมทั้งหน่วยงานตรวจสอบ เช่น กระทรวงยุติธรรม กรมสอบสวนคดีพิเศษ เป็นต้น กลับได้รับการเพิกเฉย จนต้องมีการฟ้องร้องกับหน่วยงานภาครัฐ
ในระหว่างที่ข้าพเจ้ากำลังเตรียมข้อมูลทางกฎหมายต่างๆ และการปฏิบัติไม่ถูกต้องตามหลักการทางสิ่งแวดล้อม ของ บริษัท อัครา รีซอร์สเซส จำกัด (มหาชน) ซึ่งเดิมชื่อ บริษัท อัครา ไมนิ่ง จำกัด ข้าพเจ้าและเพื่อนบ้านได้รับคำแนะนำในการนำพาเพื่อนบ้านผู้ได้รับผลกระทบ ไปยังหน้าสถานฑูตออสเตรเลีย เมื่อวันที่ ๑๕ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๕๖ และได้พูดถึงความเดือดร้อนของผู้ได้รับผลกระทบ เพื่อหวังว่าจะให้ทางสถานทูตฯ ได้ทราบถึงบริษัทผู้ประกอบที่มาจากประเทศออสเตรเลียว่ามาดำเนินกิจการที่สร้างผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมในไทย ซึ่งมีเนื้อหาที่ข้าพเจ้า ได้พูดกล่าว สอดคล้องกับความเป็นจริงและมีข้อมูลหลักฐานมาแนบหนังสือร้องเรียนขอความเป็นธรรม ดังนี้
๑.      กล่าวถึงกลุ่มชาวบ้านรวม ๖ คน ที่ถูกจับข้อหาบุกรุกในเวลากลางคืน ตั้งแต่สองคนขึ้นไป และถูกฟ้องคดีอาญา หมายเลขดำที่ ๑๙๑๙ ตามเอกสารอ้างอิงชุดที่ ๑
๒.      กล่าวถึงสารปนเปื้อนจากบ่อเก็บกากแร่ที่หนึ่ง สารไซยาไนต์ปนเปื้อนรั่วไหลออกมาเมื่อปี พ.ศ.๒๕๕๒ ซึ่งในขณะนั้นไม่มีผลการตรวจ แต่ในปัจจุบันมีผลการตรวจที่พิสูจน์ได้จากผลการตรวจว่าเกิดจากผ่านกระบวนการของโรงประกอบโลหะกรรม ซึ่งในพื้นที่มีเพียงแห่งเดียว คือ เหมืองแร่ทองคำของบริษัท อัครา รีซอร์สเซส จำกัด (มหาชน) ตามเอกสารอ้างอิงชุดที่ ๒ ซึ่งเป็นบันทึกข้อความของสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ ๓ (ส่วนควบคุมคุณภาพสิ่งแวดล้อม) เอกสารอ้างอิงชุดที่ ๓ คำพิพากษาศาลปกครองพิษณุโลก หมายเลขดำที่ ส.๒/๒๕๕๕ คดีหมายเลขแดงที่ ส.๒/๒๕๕๗ ลงวันที่ ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๕๗ ซึ่งพิพากษาให้มีการหยุดกิจการชั่วคราวและต้องมีการแก้ไขปัญหาผลกระทบต่อสิงแวดล้อมและการเยียวยาการเจ็บป่วยชาวบ้าน และเอกสารชุดที่ ๔ ซึ่งเป็นข้อมูลสรุปผลการวิเคราะห์ไซยาไนต์และโลหะหนักในพืช ของคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต, ผลการตรวจโลหะหนัก สารหนู แมงกานีส และการตรวจคัดกรองความเสียหายของดีเอ็นเอ ในชาวบ้านรอบเหมืองฯ ของคณะเทคนิคการแพทย์ มหาวิทยาลัยรังสิต, ผลการตรวจปริมาณสารหนูในดิน บริเวณพื้นที่รอบเหมืองทองคำพิจิตร ของวิทยาลัยวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต และรายงานสรุปประเด็นปัญหาและข้อเสนอแนะเพื่อแก้ไขปัญหาจากการดำเนินกิจการเหมืองแร่ทองคำจังหวัดพิจิตร
การต่อสู้ของข้าพเจ้าที่ผ่านมา ปัจจุบันยังมีการรวมตัวกันของภาคประชาชนผู้ได้รับผลกระทบ เป็นกลุ่ม “ประชาสังคมปฏิรูปทรัพยากรและทองคำ” และได้มีการยื่นหนังสือถึง ฯพณฯ ท่านนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๒๒ กันยายน ๒๕๕๘ ที่ผ่านมา อันเป็นการแสดงถึงความมุ่งมั่นที่จะแก้ปัญหาผลกระทบจากสิ่งแวดล้อมของกิจการเหมืองแร่ฯ ไม่ให้กระจายไปยังจังหวัดอื่นๆ และแสดงถึงความตั้งใจของข้าพเจ้าที่จะคัดค้านการทำเหมืองแร่ทองคำจนถึงปัจจุบัน
๓.      ข้อกล่าวหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๒๘ ฐาน “หมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา” นั้น ข้าพเจ้าพูดถึงผู้กล่าวหาโดยสุจริต กล่าวถึงการกระทำที่ไม่มีความเป็นจริยธรรมที่กระทำต่อชาวบ้านที่กำลังเจ็บป่วยและต้องการพักผ่อน แล้วถูกดำเนินคดี เป็นการกล่าวถึงเพื่อนบ้านซึ่งเป็นบุคคลอื่นที่ได้รับผลกระทบจากการประกอบกิจการเหมืองตามวิสัยของประชาชนและความเป็นเพื่อนบ้านที่ห่วงใยกัน ซึ่งเป็นการปกป้องสิทธิ์ตามทำนองคลองธรรม อีกทั้งประเด็นของสารปนเปื้อนไซยาไนต์รั่วไหลนั้น มีผลพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ชัดเจน และการนำเข้าสารไซยาไนต์เพื่อมาใช้ในการประกอบกิจการเหมืองแร่ทองคำในพื้นที่ก็มีเพียงรายเดียวที่นำเข้ามาใช้ คือ บริษัท อัครา รีซอร์สเซส จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นผู้กล่าวหา ข้าพเจ้าพูดถึงโดยสุจริต เพื่อความชอบธรรมในการปกป้องคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อมของประชาชนที่อาศัยในพื้นที่
๔.      ข้อกล่าวหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๒๘ ฐาน “หมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา” ที่มีการนำเข้าและเผยแพร่ผ่านสื่อ ที่ทำให้บุคคลใดที่เล่นอินเตอร์เน็ตสามารถเข้าดูได้ เกิดขึ้นทุกวัน ทุกตำบล ทุกอำเภอ ทุกจังหวัดทั่วราชอาณาจักรนั้น ข้าพเจ้ามิได้เป็นผู้นำเข้าและเผยแพร่ผ่านสื่อดังกล่าว เนื่องจากในขณะนั้นข้าพเจ้าไม่มีความรู้ ความสามารถในการเข้าถึง นำเข้า อันเกี่ยวข้องกับอุปกรณ์อิเลคทรอนิคส์ หรือเครื่องคอมพิวเตอร์ ใดๆ
ข้าพเจ้าจึงได้ทำหนังสือร้องเรียนขอความเป็นธรรมมายังท่านอัยการ เพื่อประกอบการพิจารณาในวันที่ ๘ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๕๘ ที่สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญากรุงเทพใต้ ๓ ต่อไป


ด้วยความนับถืออย่างสูง


       (นางสาวชนัญชิดา ลิ้มนนทกุล)
         มือถือ ๐๘๘-๕๔๕-๑๖๔๖

ที่อยู่ที่สามารถติดต่อได้: บ้านเลขที่ ๙ หมู่ที่ ๓ ตำบลเขาเจ็ดลูก อำเภอทับคล้อ จังหวัดพิจิตร ๖๖๒๓๐

คลิปรายการถึงข้อมูลผลกระทบจากเหมืองทองคำ จ.พิจิตร

.

แกนนำชาวบ้านร่วมยื่นเรื่องกับ ปปช.




เหยี่ยวข่าว7สี - ตรวจสอบเหมืองทองคำ ออกอากาศเมื่อ 7 มิ.ย.2014

  


เหยี่ยวข่าว 7 สี ได้รับร้องเรียนจากชาวบ้านตำบลเขาเจ็ดลูก อ.ทับคล้อ จ.พิจิตร ขอให้มาตรวจสอบเหมืองทองคำที่นี่ พร้อมอ้างว่าสุขภาพของคนในชุมชนได้รับผลกร­ะทบ และเชื่อว่าชาวบ้านหลายคนมีสารโลหะหนักในเ­ลือดเกินค่ามาตรฐานเป็นผลมาจากกากแร่ของเห­มืองแร่ทองคำ http://news.ch7.com/detail/73547/ตรวจสอบเหมืองทองคำ.html

FULL รายการ "เปิดปม" สถานีไทยพีบีเอส 11 Nov 2013